ฉบับที่ ๒๓๘ อารมณ์พาล
จากใจ บ.ก.ใกล้ตัว Lite Talk



238_talk.jpg


พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับโจร
ผู้ปล้นสดมภ์ชาวบ้านชาวเมือง ใจความว่า


คนพาลที่รู้ตัวว่าเป็นคนพาล
ยังเป็นบัณฑิตได้บ้าง
แต่คนพาลที่สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต
นั่นแหละ เรียกว่า พาลแท้


อารมณ์พาลแท้เริ่มจากไหน?
เริ่มจากความเห็นใจตัวเอง
สงสารแต่ตัวเอง
หาแต่ความชอบธรรมให้ตัวเอง
ไม่เห็นใจคนอื่น ไม่เมตตาคนอื่น
ไม่นึกถึงความชอบธรรมของคนอื่น
เห็นคนที่ทำไม่ได้อย่างใจตนคือคนชั่ว
ถึงแม้ตัวเองทำผิด คิดร้าย 
ประกอบอาชีพมิชอบ เดือดร้อนชาวโลก
ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็น เลี่ยงไม่ได้
เป็นหน้าที่ที่คนอื่นต้องทำความเข้าใจตนตลอด


เมื่ออารมณ์ประมาณนี้เติบกล้า
ผิวหน้าจะเริ่มตึงๆ หยาบๆ ชาด้าน
กระทั่งรู้สึกว่า เจอสายตาแบบไหนก็ไม่แคร์
มีคำสำเร็จรูปไว้หมดแล้ว
เช่น ช่างเสียงนกเสียงกา ช่างสายตาชาวบ้าน
ใครไม่เป็นอย่างเราไม่รู้หรอก
หรืออีกทีก็ ทั้งๆที่รู้อยู่ แต่ก็จำเป็นต้องทำ


ความจริงก็คือ โลกนี้มีทางเลือกเป็นล้าน
แต่ล้านทางจะถูกขวางกั้น บังตาหมด
เหลือแต่ทางเลือกมืดๆแค่ช่องทางเดียว
นึกอย่างเดียวว่าต้องเอาอย่างนี้
นี่คือผลงานของอารมณ์พาล
หรือจะเรียกว่าเป็น ‘อารมณ์มาร’ ก็ยังได้
ถ้าประมาทอารมณ์พาล 
ปล่อยให้อารมณ์พาลมีชัยเหนือความคิดบ่อยๆ
วันหนึ่งจะกลายเป็นก้อนตัวตนดิบๆก้อนหนึ่ง
ที่ไม่มีแสงสว่างออกมาจากตัวเองเลย!


ดังตฤณ
กรกฎาคม ๖๑




review


พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระภิกษุทั้งหลาย
ถึงอานิสงส์อันมากมายของการเจริญอานาปานสติ
ติดตามได้ในคอลัมน์"ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "เอกธรรมสูตร ว่าด้วยอานาปานสติ"


ไม่มีใครที่จะพ้นไปจากความตายได้
การระลึกถึงมรณภัยจึงมีประโยชน์หลายประการ
ดังความตามพระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร
ตอน"นี่คือยอดกรรมฐาน (ตอนที่ ๑)" ในคอลัมน์ "สารส่องใจ"


การมีปีติรุนแรงเมื่อสวดมนต์หรือระลึกถึงพระพุทธคุณ
จะเป็นสิ่งที่ทำให้การปฏิบัติเนิ่นช้าหรือก้าวหน้า
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "จะนำปีติที่เกิดขึ้นมาเป็นประโยชน์ในการเจริญสติได้อย่างไร"



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP
 

Copyright © 2009-2010 DLiteMag.com - All Rights Reserved