ตามรอยพระบาท (ตอนที่ ๑)
สารส่องใจ Enlightenment


พระธรรมเทศนา โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

เนื่องในงานครบรอบวันมรณภาพของหลวงปู่ขาว อนาลโย
ณ วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู



นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส (๓ หน)

วันนี้เป็นวันบรรจบครบรอบแห่งวันมรณภาพของหลวงปู่ขาว
ซึ่งชาวเราทั้งหลายก็ได้มาประชุมกันทุกๆ ปีเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปีนี้
การกระทำเช่นนี้เป็นการระลึกถึงบุญถึงคุณท่านที่ได้มีแก่โลกมาเป็นลำดับ
จนกระทั่งท่านมรณภาพจากไป
คติธรรมทั้งหลายที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาได้ยินได้ฟัง
ย่อมเป็นที่ระลึกและปฏิบัติตามไว้ได้นาน
สาระสำคัญอยู่ที่ตรงนี้ ธรรมะที่ท่านสั่งสอนไว้แล้วอย่างใด
ให้นำธรรมะซึ่งเป็นธรรมชาติที่ถูกต้องหรือตายตัวนั้นไปประพฤติปฏิบัติ
ประหนึ่งจะเป็นเหมือนกับเราเดินตามหลังท่านไป ท่านถึงวันนั้นเราก็ถึงวันนี้



เพราะคำว่าธรรมของพระพุทธเจ้านั้น
เป็นธรรมที่ออกมาจากพระทัยคือใจที่บริสุทธิ์
ใจที่บริสุทธิ์กับใจที่มีกิเลสเครื่องมัวหมองมืดตื้อครอบงำอยู่ย่อมต่างกัน
การเห็นก็ไม่ชัด การรู้ก็ไม่ชัด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาสัมผัสสัมพันธ์ตีความหมายไปได้ต่างๆ นานา
ซึ่งส่วนมากมักจะผิดไปเสมอ
ผิดกับท่านผู้หูแจ้งตาสว่างภายในดังพระพุทธเจ้าของเรา
พระพุทธเจ้าของเรานั้นเป็นใจที่สว่างกระจ่างแจ้ง ไม่มีสิ่งใดมาปกปิดกำบัง
ถ้าจะเทียบแม้เมฆบางๆ ก็ไม่มีในพระทัยคือใจของท่าน
คำว่าเมฆบางๆ นั้นก็หมายถึงกิเลสที่ละเอียดที่สุดอย่างนี้ก็ไม่มีในพระทัยของท่าน
จึงเรียกว่าท่านบริสุทธิ์สุดส่วน และเต็มภูมิของศาสดาที่ควรแก่การสั่งสอนสัตว์โลก



ด้วยเหตุนี้พระธรรมคำสั่งสอนของท่าน ไม่ว่าส่วนหยาบส่วนกลางส่วนละเอียด
จึงรวมเข้าในคำว่าสวากขาตธรรม คือ ตรัสไว้ชอบแล้ว ตรัสไว้ดีแล้วทั้งนั้น
การที่ว่าตรัสไว้ชอบแล้วนั้น ก็เหมือนกันกับแถวทางที่ไปสู่จุดนั้นๆ
ทางสายนี้ไปสู่บ้านนั้น ทางสายนี้ไปสู่ตำบลหรืออำเภอนั้น
ผู้ที่ทำทางเอาไว้ให้ตรงต่อจุดที่หมาย คือบ้านหรือตำบล อำเภอนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว
แม้ผู้นั้นจะตายไปแล้วก็ตาม ผู้ดำเนินตามหลังก้าวเดินไปตามทางสายนั้น
ย่อมถึงจุดที่หมายได้เช่นเดียวกับท่านผู้ทำทางยังมีชีวิตอยู่



นี่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนก็ทรงสั่งสอนด้วยความชอบธรรม
คือด้วยความรู้ความเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
แล้วจึงได้นำธรรมที่รู้ที่เห็นนั้นมาสั่งสอนสัตว์โลก
เวลาสั่งสอนในขณะที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ก็เป็นความถูกต้องแม่นยำอยู่เช่นนั้น
เวลาท่านปรินิพพานผ่านไปแล้วคำสั่งสอนที่ชี้บอกนั้นก็เป็นความถูกต้องแม่นยำ
ไม่ได้เคลื่อนคลาดหรือนิพพานไปตามท่านเลย
จึงเรียกว่าสวากขาตธรรม คือตรัสไว้ชอบแล้ว
ทั้งทรงมีชีวิตอยู่คือทรงพระชนม์อยู่และปรินิพพานไปแล้ว
ธรรมะเหล่านี้ท่านผู้ใดนำไปปฏิบัติ ย่อมเป็นสิริมงคลแก่ท่านผู้นั้นเป็นลำดับลำดา
ตามกำลังความสามารถของตนที่ได้บำเพ็ญมากน้อยเพียงไร
ผลจะพึงสนองตอบเช่นนั้นเหมือนกันกับพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เพราะเป็นคำที่ถูกต้อง



จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ภาคภูมิใจในความเป็นมนุษย์ของเรา
ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้วยังได้พบพระพุทธศาสนา
อันเป็นธรรมอันเอกของศาสดาผู้มีพระทัยอันบริสุทธิ์
ซึ่งแสดงไว้แล้วอย่างกระจ่างแจ้งไม่มีปิดบังลี้ลับ
ตามหลักความจริงที่มีอยู่เป็นอยู่อย่างไรพระองค์ไม่ทรงลบล้าง
เช่นพวกเปรตพวกผีมีพระองค์ก็บอกว่ามี
เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมมีพระองค์ทรงรู้ทรงเห็นประจักษ์พระทัยแล้วก็บอกว่ามี
นรกมีมีกี่หลุมพระองค์ก็บอกไว้หมด
อันนี้เป็นที่เสวยกรรมของสัตว์ที่มีหนักเบาต่างๆ กัน
สวรรค์มีกี่ขั้นกี่ภูมิ พระองค์ก็ทรงแสดงไว้เรียบร้อยแล้วทุกอย่างไม่ทรงลบล้าง
จนกระทั่งนิพพานพระองค์ก็ทรงแสดงไว้



นอกจากนั้น ยังทรงแสดงทางที่จะเข้าสู่ความดีสถานที่ดีทั้งหลายเป็นลำดับลำดา
ตั้งแต่ภูมิแห่งความเป็นมนุษย์ ต้องเป็นผู้มีศีลธรรมเป็นอย่างน้อย
มากกว่านั้นก็สร้างคุณงามความดีเพิ่มเติม
แห่งความเป็นมนุษย์ของตนที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ก็จะเพิ่มเติมหรือต่อเติมฐานะและความสุขความเจริญของเรา
ให้ยืดยาวและสูงขึ้นไปเป็นลำดับลำดา
นี่พระองค์ก็ทรงสั่งสอนไว้ให้เราทั้งหลายได้ดำเนินตาม



ส่วนที่ชั่วพระองค์ทรงได้พบได้เห็นแล้ว เช่น สัตว์นรกที่ตกนรกหมกไหม้อยู่นั้น
แน่นอัดกันอยู่ด้วยอำนาจแห่งกรรม เป็นความทุกข์ความทรมานมาก
ในโลกทั้งสามนี้ไม่มีผู้ใดที่จะได้รับความทุกข์ความทรมานมากเหมือนสัตว์นรก
ที่ตกอยู่ในหลุมแห่ง มหันตทุกข์มหันตโทษนี้เป็นอันดับหนึ่ง
แห่งความทุกข์ในแดนสมมุติทั้งสาม คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ
แดนนรกนี้เป็นสิ่งที่ให้ความทุกข์แก่บรรดาสัตว์ผู้ทำความหยาบช้าลามกอย่างมาก
เป็นกรรมหนามากให้ได้รับความทุกข์ความทรมานแสนสาหัสอยู่ในแดนนรกหลุมนั้น
สัตว์ประเภทใดที่ไปตกนรกหลุมนั้น
ก็ย่อมจะได้รับความทุกข์เช่นเดียวกัน ไม่มียิ่งหย่อนกว่ากันเลย
นี่พระองค์ก็ทรงรู้ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง



ไม่ว่าแต่เห็นเพียงนรกนั้นเลยยังเห็นสัตว์นรกที่ตกอยู่นั้น
แออัดกันไปด้วยความทุกข์ความทรมานทุกด้านทุกทาง
ขึ้นชื่อว่าทุกข์แล้วกองอยู่ในหลุมนรกนั้นหมด
ขึ้นชื่อว่าทุกข์ในแดนนี้ก็รวมกันอยู่ในนั้นหมด
แดนนรกนี้เป็นแดนที่ให้ความทุกข์แก่สัตว์
ในสามแดนโลกธาตุนี้ไม่มีทุกข์ใดเสมอเหมือนสัตว์ที่ทำกรรมอย่างหนักกรรมหยาบ
เช่น ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำลายพระพุทธเจ้า
ยุยงส่งเสริมให้สงฆ์ที่มีความพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่
ให้แตกแยกจากกันเป็นสังฆเภท
กรรมทั้ง ๕ อย่างนี้แล ผู้ใดทำกรรม ๕ อย่างนี้
ผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากนรกหลุมนี้ ต้องตกจนได้
และนรกหลุมหนึ่งๆ นั้นมีอายุไม่เหมือนกัน
นรกหลุมที่มีความทุกข์ความทรมานมากที่สุดนั้นอายุยืนมากที่สุด
แล้วถัดกันลงมาตามอำนาจแห่งกรรมของสัตว์ผู้ทำบาปชั่วช้าลามกขึ้นมาโดยลำดับ
จนกระทั่งถึงมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน
และกลายมาเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์พิเศษอันหนึ่งจากบรรดาสัตว์ทั้งหลาย
นี้ก็เพราะอำนาจแห่งกรรมดีของตน



จึงได้พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังในต้นๆ นั้นว่า
เราที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้เป็นบุญลาภของเราอันประเสริฐแล้วประการหนึ่ง
ประการที่สองเรายังได้มาพบพระพุทธศาสนา
อันเป็นคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ผู้ฉลาด
เป็นคำสั่งสอนของท่านผู้มีใจบริสุทธิ์วิมุตติหลุดพ้น
เห็นแจ้งกระจ่างไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างมาประกาศสอนธรรมแก่โลก
เราจึงไม่ผิดหวังในบรรดาธรรมที่ทรงชี้บอกไว้แล้วอย่างใด
สิ่งนั้นไม่ผิดหวัง สิ่งนั้นไม่เป็นโมฆะ มีจริงๆ
เช่น นรกมี-มีจริง ๆ บาปมี-มีจริง ๆ บุญมี-มีจริง สวรรค์พรหมโลกนิพพานมี-มีจริง
นี่ชื่อว่าท่านสอนไว้แล้วโดยถูกต้อง
ที่รวมลงในคำว่า สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม
พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วหรือตรัสไว้ชอบแล้ว
ตั้งแต่ธรรมพื้นๆ ตั้งแต่ทุกข์ขั้นหยาบที่สุดจนกระทั่งทุกข์ขั้นละเอียด
และสุขขั้นหยาบจนกระทั่งถึงสุขเป็นบรมสุข
พระองค์ทรงสัมผัสสัมพันธ์ทรงรู้ทรงเห็นมาทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
ถึงได้นำธรรมเหล่านี้มาสอนโลก



การสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจึงไม่มีคำว่าลูบๆ คลำๆ
กำดำกำขาวด้นเดามาสอนโลกอย่างนี้ไม่มีในบรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
มีพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้เป็นสำคัญ
ที่เราทั้งหลายได้นับถือได้กราบไหว้บูชาอยู่เวลานี้
เพราะฉะนั้นเราอยากจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ก็ให้พึงสร้างคุณงามความดีมีการให้ทาน ดังเราทั้งหลายได้เคยให้มาแล้วนี้
จะเป็นทานประเภทใดก็ตาม
การสงเคราะห์สงหา การให้ทานมีหลายประเภทดังที่ท่านแสดงไว้แล้ว
ให้ทานด้วยความเชื่อความเคารพเลื่อมใส ให้ทานด้วยความเมตตาสงสาร
ให้ทานด้วยการบูชาคุณหรือสงเคราะห์ความยากจนแห่งกันและกัน
เหล่านี้จัดว่าเป็นทานทั้งนั้น และได้ผลเป็นลำดับลำดาไม่สูญหายไปไหน
รวมเข้ามาหาผู้ให้ผู้ทำซึ่งเป็นตัวเหตุนี้ทั้งนั้น



การรักษาศีลก็เหมือนกัน ศีลก็คือคุณงามความดีสำหรับเป็นเครื่องประดับเรา
ในความมีชีวิตอยู่นี้ก็เป็นสิ่งประดับกายวาจาใจของเราให้มีความสวยงาม
และให้มีความอบอุ่นในศีลของตน
เพราะศีลนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก คนที่ไม่มีศีลย่อมหาคุณค่าไม่ได้
เช่น การฉกการลักการปล้นการสะดมตีชิงวิ่งราวเหล่านี้
ล้วนแล้วแต่ความเป็นผู้ไม่มีศีล ทำลงไปก็ทำลายคุณค่าของตนๆ
สุดท้ายก็เป็นบาปเป็นกรรมเผาไหม้ตัวเองด้วยการกระทำของตัวเอง
พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้แล้วอย่างใดย่อมไม่ผิด นี่เรียกว่าความทำลายตัวเอง



การรักษาศีลประพฤติตัวแบบตรงกันข้าม
ไม่ฉกไม่ลักไม่ปล้นไม่สะดม มีความซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น
คนนั้นย่อมมีความร่มเย็นภายในจิตใจ นี่ก็เป็นบุญประเภทหนึ่ง
เจริญเมตตาภาวนาไหว้พระสวดมนต์อบรมจิตใจของเราให้มีความสงบผ่องใส
นี่ก็เป็นบุญประเภทหนึ่ง นี้เป็นต้นแห่งบุญเป็นรากแก้วแห่งบุญ
ถ้าเป็นทำนบก็เป็นทำนบใหญ่เป็นที่ไหลมาแห่งบุญทั้งหลาย
ที่สร้างไว้แล้วมากน้อยหรือนานแสนนานขนาดไหน ไม่สำคัญในความจำได้จำไม่ได้
บุญย่อมเป็นบุญอยู่เสมอ เป็นบุญทั้งที่ลับเป็นบุญทั้งที่แจ้ง
รวมแล้วก็มาสู่ใจอันเป็นทำนบใหญ่ของเรานั้นแล นี่ก็ชื่อว่าเป็นบุญอันหนึ่ง



การสร้างคุณงามความดีไว้อย่างนี้นั้น
พระพุทธเจ้าเราทั้งหลายตั้งแต่ยังเป็นพระโพธิสัตว์
ก็ทรงพาดำเนินหรือทรงดำเนินมาแล้วเป็นลำดับลำดา
จนกระทั่งถึงพระบารมีสมบูรณ์เต็มที่แล้ว
ได้ตรัสรู้ขึ้นมาเป็นศาสดาเอกและพ้นจากทุกข์โดยประการทั้งปวง
ก็เพราะอำนาจแห่งบุญทั้งหลายที่ท่านสร้างมานั้นแล
เพราะฉะนั้นพวกเราทั้งหลายได้ทำบุญให้ทานรักษาศีลภาวนานี้
จึงเป็นเหมือนกับเดินตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าไปเป็นลำดับลำดาไม่ลดละท้อถอย
วันหนึ่งคืนหนึ่งเดือนหนึ่งปีหนึ่งภพหนึ่งชาติหนึ่งจะต้องถึงจุดหมายปลายทางจนได้
เพราะบุญนี้ส่งสัตว์ทั้งหลายผู้บำเพ็ญบุญ ผู้มีความดีทั้งหลาย
ให้ไปสู่สถานที่ดีคติที่พึงหวังทั้งนั้น
ไม่เคยว่าบุญนี้พาคนให้ตกนรกหมกไหม้นอกจากบาปเท่านั้น



ขึ้นชื่อว่าบาปแล้วไม่ว่าบาปเล็กบาปน้อยบาปขนาดไหนเป็นเหมือนกับไฟ
ไฟไม่ว่าไฟชนิดใดมาสัมผัสเราจะต้องร้อนด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าหมดทั้งกองเราก็เป็นเถ้าเป็นถ่านไปได้ทั้งร่างของเรานี้แล
นี่บาปกรรมทำมากๆ ลงไปก็เป็นไปดังที่กล่าวแล้วต้นๆ ว่าตกนรก
นานก็นานแสนนาน ทุกข์ก็ทุกข์แสนทุกข์
แต่ใจนี้ไม่ยอมฉิบหายไม่ยอมตาย หากได้รับความทุกข์ความทรมาน
จนกว่าจะสิ้นบาปสิ้นกรรมเสียเมื่อไรแล้วก็เป็นเวลานานอีกด้วย
บาปเมื่อทำลงไปแล้วก็ไม่ไปเป็นข้าศึกต่อผู้ใด มาเป็นข้าศึกต่อผู้ทำนั้นแล
ผู้ทำคือใคร ถ้าเราทำก็ต้องเป็นข้าศึกแก่เรา
ถ้าเราไม่ทำบาปก็ไม่ติดตามและไม่เกิดแก่เราได้
เพราะต้นเหตุการกระทำเกิดขึ้นที่เราผลจึงปรากฏขึ้นที่เรา
ไม่มีใครที่จะมาหักห้ามหรือต้านทานไว้ได้
มีการละการเว้นเท่านั้นเป็นของดีสำหรับเรา



นอกจากการละเว้นในสิ่งชั่วช้าลามกทั้งหลายแล้ว
ก็พยายามสร้างคุณงามความดี
เพื่อเป็นเครื่องอบรมบ่มนิสัยของเราให้มีความดียิ่งๆ ขึ้นไป
ผลคือความสุขก็จะเพิ่มพูนขึ้น
นอกจากเป็นผลให้รับความสุขความเจริญในภพชาตินั้นๆ แล้ว
บุญกุศลนี้ยังสามารถที่จะตัดหรือย่นภพย่นชาติ
ที่เราจะต้องเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้นานแสนนาน
ให้หดให้ย่นเข้ามาเป็นลำดับลำดา จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง
คือย่นเข้ามาถึงชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา
ที่จะเสวยกองทุกข์ในวัฏสงสารนี้มีเพียงขันธ์ที่มีชีวิตอยู่นี้เท่านั้น



ใจเป็นใจที่บริสุทธิ์แล้วเพราะอำนาจแห่งบุญเข้าซักฟอก บุญเข้าชำระสะสาง
กลายเป็นจิตที่บริสุทธิ์หมดมลทินคือเชื้อที่จะพาให้เกิดอีกแล้ว
จิตที่หมดเชื้อแล้วนี้เป็นจิตที่ประเสริฐไม่มีสิ่งใดเทียบในโลกทั้งสามนี้
ก็คือจิตที่บริสุทธิ์นั้นแล
เพราะฉะนั้นคำว่าความประเสริฐของจิตที่บริสุทธิ์นี้จึงไม่มีอะไรเหมือน
ความสุขจึงไม่มีอะไรเหมือน
คำว่าประเสริฐๆ ดังที่โลกสมมุตินิยมกันทั้งหลายว่าดีอย่างนี้ดีอย่างนั้น
ไม่มีอันใดที่จะเหมือนธรรมชาติที่บริสุทธิ์คือใจนี้เลย
นี่ละพระพุทธเจ้าของเราท่านทรงใจที่บริสุทธิ์นี้แลมาสั่งสอนสัตว์โลก



ใจที่บริสุทธิ์นี้ได้หลุดพ้นมาจากอำนาจแห่งการสร้างความดี
เริ่มแรกตั้งแต่ทรงสร้างพระบารมีมาโดยลำดับลำดา
บางพระองค์ก็ ๑๖ อสงไขยแสนมหากัป นี่สร้างอยู่ตลอดมา
บางองค์ก็ ๘ อสงไขยแสนมหากัป นี่นานย่นลงมา
บางพระองค์ก็ ๔ อสงไขยแสนมหากัปดังพระพุทธเจ้าของเรา
แล้วก็ถึงขึ้นเต็มภูมิ เมื่อถึงขั้นบุญกุศลที่สร้างมาๆ เต็มที่แล้ว
ถ้าเป็นน้ำก็เต็มไหเต็มโอ่งเต็มถังแล้ว ทีนี้ออกแจกจ่ายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
นี่หมายถึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเป็นใจที่บริสุทธิ์พุทโธแล้ว



ใจดวงนั้นกับใจที่ไม่บริสุทธิ์นั้นในใจดวงเดียวนั้นแล
ขณะที่ยังไม่บริสุทธิ์เป็นใจที่มืดที่บอด รู้ก็รู้แบบมืดแบบบอด
รู้ก็รู้แบบปิดหูปิดตา รู้ไม่ใช่แบบลืมตารู้ เห็นก็เห็นแบบหลับหูหลับตาเห็น
เพราะกิเลสปิดบังไว้ทั้งทางรู้ทางเห็นทางได้ยินได้ฟัง
ความคิดความปรุงความแต่งอะไรกิเลสปิดไว้ๆ
จึงเป็นความมืดความดำไปหมด เห็นอะไรไม่ชัดไม่แจ้ง
จึงไม่มีคุณค่าเท่าที่ควรสำหรับจิตที่ยังมีกิเลสครอบงำอยู่



เพราะกิเลสเป็นสิ่งที่ต่ำช้าเลวทราม ติดเปื้อนอันใดเข้าไปสิ่งนั้นลดคุณค่าลงทันทีๆ
เมื่อติดในใจของเราใจของเราจึงไม่มีคุณค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย
นี่ขณะที่จิตมีกิเลสครอบงำอยู่เป็นความรู้เช่นนี้
ทีนี้เมื่อสร้างพระบารมีได้แก่บุญกุศล
ชำระซักฟอกสิ่งที่มัวหมองสิ่งที่มืดตื้อทั้งหลายนี้ออกเป็นลำดับลำดา
จนกระทั่งถึงความสว่างกระจ่างแจ้งเต็มภูมิ
คำว่ามลทินแม้นิดหนึ่งหรือปรมาณูก็ไม่ปรากฏในจิตดวงนั้นเลย
จึงสว่างกระจ่างแจ้งเต็มที่เต็มฐาน ความสว่างใดไม่เหมือนจิตที่บริสุทธิ์สว่างนี้เลย
ความรู้ใดไม่เหมือนความรู้ของจิตที่บริสุทธิ์ ความประเสริฐใดจึงไม่เหมือนใจที่บริสุทธิ์อันนี้



ใจที่บริสุทธิ์อันนี้แลได้ส่องสว่างกระจ่างแจ้งไปหมดแดนโลกธาตุอันนี้
ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีสิ่งใดปิดบังลี้ลับพระญาณ
คือความหยั่งทราบของพระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ เลย
เพราะฉะนั้นการนำธรรมะมาสั่งสอนสัตว์โลกท่านจึงสั่งสอนไม่อัดไม่อั้น
ไม่มีคำว่าหมดว่าสิ้น ไม่มีคำว่าบกว่าบาง เต็มพระทัยอยู่อย่างนั้น
สอนชาวโลกจะสอนไปกี่กัปกี่กัลป์ก็ไม่สิ้นสุด
เต็มไปด้วยสิ่งที่จะนำมาให้สอนสัตว์โลก
แต่ทรงนำมาสอนเฉพาะที่จำเป็น
สำหรับสัตว์โลกที่เกี่ยวข้องกับพระองค์และจะได้ผลได้ประโยชน์เท่านั้น
นอกจากนั้นจะรู้เห็นขนาดไหนก็ไม่นำมาสอน เพราะไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้รับฟัง



นี่ละพระพุทธเจ้าท่านนำธรรมะมาสอนพวกเรา
นับพอประมาณ ๘๔
,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
นี้อยู่ในวงของสัตว์ทั้งหลายที่จะต้องสัมผัสสัมพันธ์กันอยู่ตลอดมา
ว่าบาปก็อยู่ในวงนี้ บุญก็อยู่ในวงนี้ ตั้งแต่นรกจนกระทั่งถึงนิพพาน
ก็อยู่ในวงแห่งธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นี้สั่งสอนพวกเรา
นี่ละธรรมของพระพุทธเจ้า ใจของพระพุทธเจ้า
ใจของท่านผู้สิ้นกิเลสแล้วจึงเป็นใจที่เลิศเลอ เราจะคาด-คาดไม่ถูก
ถ้าใจไม่บริสุทธิ์เสียเองคาดก็ไม่ถูก ใจเป็นเสียเองไม่คาดก็ถูก อยู่ที่ไหนก็ถูก
นี่ละท่านผู้นี้เองเป็นผู้นำธรรมะมาสั่งสอนสัตว์โลก
จึงเป็นที่เชื่อถือได้ เป็นที่ตายใจได้ เป็นที่ฝากเป็นฝากตายได้


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ที่มา http://bit.ly/2hTHlJb


แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP
 

Copyright © 2009-2010 DLiteMag.com - All Rights Reserved