heading01

ฉบับที่ ๓๑๙ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิ


319 talk



เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ
คือของวิเศษนอกจิต
ไม่เข้าใจว่า
สมาธิ คือจิตชนิดหนึ่ง
เป็นดวงจิตดวงหนึ่ง
และตราบเท่าที่ยังไม่เข้าใจให้ถูก
ก็จะลากจูงความเข้าใจผิดชนิดอื่นๆให้ตามมา



เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ
จะเกิดขึ้นต่อเมื่อกักตัว นั่งหลับตา
ทำท่าเคร่งขรึมสักครึ่งชั่วโมง
ไม่เข้าใจว่า
สมาธิ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
คนคนหนึ่งฝึกจิตของตนทุกชั่วโมง
ให้ชินกับการโฟกัสสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้า
ไม่ปล่อยใจให้วอกแวกง่าย
ไม่ว่าจะอยู่ในท่าไหน อิริยาบถใด
จะกำลังทำงาน หรือกำลังเล่นสนุกก็ตาม
ความเข้าใจผิด หลงคิดไปว่า
‘การทำสมาธิ’ เริ่มต้นต่อเมื่อหลับตาหน้าหิ้งพระ
ทำให้พลอยหลงนึกว่า
ไม่ต้องมีต้นทุนจากที่อื่นก็ได้
ทั้งชีวิตปล่อยใจให้เหม่อ
ล่องลอยไปตามอัธยาศัย
แล้วค่อยมานั่งสมาธิในห้องพระที่เดียวก็ได้



เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ
เริ่มนับหนึ่งกัน
ที่ความกระเสือกกระสนอยากสงบ
ไม่เข้าใจว่า
สมาธิ เริ่มนับหนึ่งกันที่สติ
และสติจะเกิดขึ้นไม่ได้
หากเอาแต่อยากโน่นอยากนี่
เช่น อยากสงบทั้งที่ไม่พร้อมสงบ
ต่อเมื่อเข้าใจเสียใหม่ ไม่อยากสงบ
แต่ควรรู้ ควรยอมรับตามจริงว่า
ณ ลมหายใจหนึ่งๆ
กำลังฟุ้งซ่านมากหรือฟุ้งซ่านน้อย
ยอมรับรู้ได้เช่นนี้จึงค่อยเกิดสติ
เมื่อเกิดสติก็ใจเย็นลง
เห็นความฟุ้งซ่านว่าไม่เที่ยง
ต่างลมก็ต่างไป
ใจที่เย็นอย่างมีสตินั่นเอง
คือชนวนเหตุให้เกิดสมาธิอย่างรวดเร็ว
ต่างจากใจที่ร้อนรนด้วยความอยาก
คือชนวนเหตุให้ฟุ้งซ่านปั่นป่วนหนักกว่าเก่า



เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ
ได้แล้วได้เลยเหมือนสมบัติตายตัว
ถ้าเคยสงบ แปลว่าต้องสงบอีก
ไม่เข้าใจว่า
สมาธิจิตเป็นของไหล
เหมือนน้ำที่พร้อมจะไหลลงต่ำ
หรือไหลไปปนเปื้อนมลพิษในชีวิตประจำวัน
เช่น หลงระเริงไปกับการพูดคุยออกอ่าวเรื่อยเปื่อย
ความหลงระเริงนั้นจะยังจิตให้แส่สาย
หาโฟกัสไม่เจอ
แม้เคยทำสมาธิได้ดี ก็เหมือนทำไม่เคยเป็น
ต่อเมื่อเข้าใจเสียใหม่
ได้สมาธิแล้วไม่เหลิง
ระวังจิตไม่ให้เสียหาย
จึงค่อยเข้าที่ เป็นสมาธิได้บ่อยขึ้น เสถียรขึ้น



เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ
เป็นของวิเศษวิโส
แม้ออกจากสมาธิแล้ว
ก็มีศักดิ์ศรีวิเศษวิโสเหนือคนธรรมดา
ไม่เข้าใจว่า
สมาธิเป็นของสูง
คู่ควรกับจิตที่อ่อนโยน นุ่มนวล
ไร้ความกระด้าง
ไร้ความยโสโอหัง
เมื่อทำความเข้าใจไว้ถูก
จิตจึงคู่ควรกับการเข้าถึงสมาธิชั้นสูงแบบพุทธ
สามารถรู้ความไม่เที่ยงของจิต
สามารถรู้ความไม่อาจคงสภาพของจิต
สามารถรู้ความไม่ใช่ตัวเดิมของจิต
แล้วได้ข้อสรุปสุดท้ายว่า
จิตไม่ใช่ตัวตน
ไม่มีตัวใครอยู่ในจิต
และนั่นเอง! ความส่องสว่าง
เยี่ยงสมาธิจิตอันบริสุทธิ์แท้จริงจึงปรากฏ!


ดังตฤณ
ตุลาคม ๒๕๖๔

heading02

  • พระพุทธองค์ทรงวิสัชนาธรรมแก่พระปุณณิยะ
    ถึงเหตุที่ทำให้การฟังธรรมในแต่ละครั้งมีความแจ่มแจ้งบ้างไม่แจ่มแจ้งบ้าง
    รายละเอียดติดตามได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
    ตอน "ปุณณิยสูตร ว่าด้วยเหตุปัจจัย ๑๐ ประการ
    พระธรรมเทศนา จึงแจ่มแจ้งกะพระตถาคตโดยส่วนเดียว"


    จะมีวิธีการใดในการโน้มน้าวใจ ให้ผู้ที่ไม่มีศรัทธาในศาสนามาก่อน
    ได้หันมาสนใจศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
    หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
    ตอน "จะชักชวนให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีศาสนา มาเลื่อมใสพระพุทธศาสนาได้อย่างไร"


    วิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เกิดมิจฉาชีพขึ้นมากมาย

    เราจึงต้องระวังไม่ให้ความโลภครอบงำจิตใจ จนต้องตกเป็นเหยื่อ
    ดังเรื่องราวที่คุณงดงามบอกเล่าไว้
    ในคอลัมน์"จุดหมายปลายธรรม" ตอน "ระวังมิจฉาชีพ"



heading03 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Twitter Updates

follow us on Twitter