วินัยและศีลคือการนำความชั่วออก
สารส่องใจ Enlightenment


พระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่




ให้นำความชั่วที่เกิดทางตา หู จมูก กาย และใจ ออกให้หมด


อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ให้พิจารณาเรื่องของสังขาร
เขาปรุง เขาแต่ง เขาเกิด เขาดับ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปๆ ถ้ามีสติอยู่ก็นำออกเสีย
วินัยก็คือการนำความชั่วที่เกิดทางตา ทางหู ทางจมูก
ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ นี้แหละออกให้หมด



รูปมาทางตา เป็นหญิงก็ตาม เป็นชายก็ตาม รูปมีวิญญาณก็ดี ไม่มีวิญญาณก็ดี
นำออกในปัจจุบัน จาโค ปฏินิสฺสคฺโค ละคืนเสีย
เขามาด่า มาว่าก็ดี เขาด่าว่าบ้าก็ตาม ห่าก็ตาม ก็ช่างเขา เป็นของภายนอก
ของเราก็มีเต็มอยู่ในท้องในไส้ สละคืนให้มันหมด
ของเราก็มีอยู่เต็มตัวความไม่ดี นำออกในปัจจุบันนี้
ความไม่พอใจที่เกิดทางหูก็ตาม ทางตาก็ตาม ให้นำออกเสีย
ความไม่พอใจนั่นแหละทำให้เราเดือดร้อน
อาศัยความพากความเพียรนั่นแหละ ในการละการวาง
อตีตา ธรรมเมา อนาคตา ธรรมเมา อดีตอนาคตมันพาให้เป็น
อดีตมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ อนาคตมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ ปัจจุบันมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ



ทั้งอดีตทั้งอนาคตก็นำออกให้หมด ทุกขสัจ มันก็เกิดขึ้นทับรูปกายของเรานี้
เจ็บแข้ง เจ็บขา เจ็บหลัง เจ็บเอว กำหนดเข้า
ให้รู้เท่าสังขารที่มันปรุงมันแต่ง มันเกิดมันดับ เป็นอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา
มันเกิดอยู่นี่แหละ ทุกขสัจมันก็เกิดอยู่นี่แหละ

สัมมากัมมันโต การงานของกาย เป็นอริยมรรค
สัมมาวาจา สาวเข้ามาหาที่สุด ทุกขสัจมันก็เกิดอยู่ที่นี่



ให้ใจรู้เท่าทันเหตุแห่งทุกข์และดับทุกข์ แล้วละวาง เหตุดับแล้ว ก็สำเร็จมรรคผลนิพพาน


ความหลงความโกรธนี้ มันเป็นมูลรากของกิเลสพันห้าตัณหาร้อยแปด
เกิดความพอใจก็เพราะตัณหา เกิดความไม่พอใจก็เพราะตัณหา
ความทุกข์เกิดขึ้นก็เพราะตัณหานี้แหละ
อดีตที่ล่วงมาแล้วไปกาลนาน จิตมันเอาอารมณ์อันนั้นแหละมาคิด
ตัดอดีต อนาคตเสีย เอาอารมณ์ปัจจุบัน ให้จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน
ศีล ๕ ก็ตาม ศีล ๘ ก็ตาม ศีล ๑๐ ก็ตาม
ท่านบัญญัติลงในกายนี้ บัญญัติลงในใจนี้ ให้มันรู้อยู่ในใจนี้ ใจนี้เป็นตัวเหตุ
ธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ นำทุกข์ให้เสวยก็ตัวเหตุนี้แหละ
ให้กำหนดรู้เท่า เหตุดับแล้ว ตัณหามันก็ดับไป



อดีตนี้สำคัญ มันมาแต่ดึกดำบรรพ์
อดีตนี้ท่านหมายเอาทั้งกุศลและอกุศลทั้งหมด
เมื่อจิตคิดขึ้นมาแล้ว มันก็ไปยึดไปถือเอาสิ่งนี้บ้างสิ่งนั้นบ้าง
ยึดไปยึดมาก็เดือดร้อน เจ้าของเองนั่นแหละเดือดร้อน

ใจมันจะไปเดือดร้อนที่ไหน ใจนี่แหละเป็นตัวเหตุ
กำหนดทุกข์เข้าๆ ให้รู้เท่าถึงสภาพของเหตุแล้ว อย่านำเอามาหมักไว้ในจิตในใจ
พยายามสลัดออก สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายอะไรก็เอาเข้ามาไว้ในใจ มันเดือดร้อน



ละอยู่ที่ใจนี่ วางอยู่ที่ใจนี้ ละ วาง รู้อยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย
อารมณ์ทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หรือกามารมณ์ทั้ง ๕
มันก็ไหลออกไปจากนี้แหละ
ให้รู้เท่าทันว่าเราจะตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในธรรม
จะทำกิจของตน จะทำจิตของตนให้มันสงบ พิจารณาอยู่อย่างนี้
อดีต ที่เป็นส่วนดีก็ตาม เป็นส่วนชั่วก็ตาม มันก็ผ่านไปแล้ว
เราจะทำจิตของเราไม่ต้องเกี่ยวกับอดีต



อดีต อนาคต มันก็เกิดจากกาย จากใจของเรานี้แหละ
พยายามอย่าให้มันเข้ามาเกี่ยวข้อง
ถ้าเรากำจัดมันได้ เราก็สบาย ให้มีเฉพาะอารมณ์ปัจจุบัน


กำหนดทุกข์รู้เท่าเหตุ เหตุดับแล้วก็สำเร็จมรรคผลนิพพาน
สำเร็จก็สำเร็จอยู่ในนี้แหละ ไม่ได้สำเร็จที่อื่นหนา
สำเร็จอยู่ที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้แหละ
ความพอใจก็ดี ความไม่พอใจก็ดี มันต้องนำออกจากใจของเรานี้
เหตุไม่ใช่นำออกจากที่อื่น ให้นำออกจากใจของเรานี้
ถ้าใจผิดก็นำความผิดออกจากใจ
ไม่พอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีรูปเป็นต้น มันก็เกิดขึ้นจากใจนี้แหละ
เอาศีลนี้แหละนำออกจากใจ
อดีตส่วนดีก็ดี ส่วนไม่ดีก็ดี มันก็นำเอามาคิด
อันนี้สำคัญ ถ้าเรารู้ทันมันแล้ว มันก็จะดับไปหมด



รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส กามารมณ์ ปล่อยให้เขาผ่านไปผ่านมา
ดีก็ตามไม่ดีก็ตาม มันมีอยู่ประจำโลกอยู่อย่างนั้นแหละ
นำออกจากใจเสีย ให้มันผ่องใสสว่าง รู้เท่าทัน เหตุดับไป มันก็รู้แจ้งมรรค
รู้แจ้งก็รู้แจ้งอยู่ภายในนี้แหละ จะไปรู้แจ้งที่ไหน
รู้แจ้งอันนี้หมดแล้ว ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ มันก็แล้วหมด รู้อย่างอื่นไม่ชื่อว่ารู้หมดรู้ทั่ว
ต้องรู้จักตนเอง กายใจของตนเองนี้แหละ รูปอย่างอื่นที่มีอยู่ก็เป็นอย่างเดียวกับกายนี้
รู้ความจริงอันเป็นสัจจธรรมแล้ว ความทุกข์ความเดือนร้อนก็ไม่มี อันนี้ก็คือที่สุด



พวกนั้นไม่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะไม่มีสมมติ
ต้นไม้เถาวัลย์ก็ตาม มีอยู่เฉพาะที่เรานี้ ที่เราสมมติเอา
เราอย่าไปยึดเอาถือเอา วาง ละให้มันหมด
ความชั่วที่เกิดทางใจ เราก็นำออกจากใจ
เอาศีลคือแขนสอง ขาสอง หัวหนึ่ง นี้แหละนำออก
ได้แก่การสำรวมระวัง ไม่ละเมิดแม้โทษเพียงเล็กน้อย


รู้จักที่เกิดของธรรม ที่ดับของธรรมแล้วก็ใช้ได้
ต้องตัดอดีตอนาคต ให้เหลือปัจจุบันนี้ ร้ายก็ตามดีก็ตาม
ส่วนมากมีกามตัณหาเป็นตัวนำ ภวตัณหาก็ดี วิภวตัณหาก็ดี
ทั้งสามนี้เป็นตัวทำให้สัตว์โลกหมุนตัวเป็นเกลียว ทั้งความพอใจ ทั้งความไม่พอใจ
ถ้าเกิดขึ้นก็ให้นำออกเสีย นำออกจากจิตจากใจของเรานี้แหละ ไม่รัก ไม่ชัง ก็ใช้ได้



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


จาก โอวาทธรรม หลวงปู่แหวน : พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่
โดย พระนาค อตฺถวโร (๒๕๒๘) ใน จิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพระพุทธศาสนา
รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต พิมพ์เมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓.


แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP
 

Copyright © 2009-2010 DLiteMag.com - All Rights Reserved