พราหมณสูตร ว่าด้วยปฏิปทาเพื่อละฉันทะ
ธรรมะจากพระสูตร Dhamma from Sutta

กลุ่มไตรปิฎกสิกขา



[๑๑๖๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้.
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ โฆสิตาราม ใกล้กรุงโกสัมพี.
ครั้งนั้น อุณณาภพราหมณ์เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่
ได้ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว
จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้นแล้วได้ถามท่านพระอานนท์ว่า


[๑๑๖๓] ท่านอานนท์ ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดม
เพื่อประโยชน์อะไร.
ท่านพระอานนท์ตอบว่า พราหมณ์
เราประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อละฉันทะ.


[๑๑๖๔] อุณ. ท่านอานนท์ ก็มรรคา ปฏิปทา เพื่อละฉันทะนั้น มีอยู่หรือ.
อา. มีอยู่ พราหมณ์.


[๑๑๖๕] อุณ. ท่านอานนท์ ก็มรรคา ปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้น เป็นไฉน.
อา. พราหมณ์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร.
ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร
ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร
ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร
นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้น.


[๑๑๖๖] อุณ. ท่านอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันทะนั้นยังมีอยู่ ไม่ใช่ไม่มี
บุคคลจักละฉันทะด้วยฉันทะนั่นเอง ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้.
อา. พราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น เราจะย้อนถามท่านในเรื่องนี้
ท่านเห็นควรอย่างไร พึงแก้อย่างนั้นเถิด.


[๑๑๖๗] พราหมณ์ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ในเบื้องต้น ท่านได้มีความพอใจว่า จักไปอาราม.
เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ความพอใจที่เกิดขึ้นนั้น ก็ระงับไปมิใช่หรือ.
อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ.
อา. ในเบื้องต้น ท่านได้มีความเพียรว่า จักไปอาราม.
เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ความเพียรที่เกิดขึ้นนั้น ก็ระงับไปมิใช่หรือ.
อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ.
อา. ในเบื้องต้น ท่านได้มีความคิดว่า จักไปอาราม.
เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ความคิดที่เกิดขึ้นนั้น ก็ระงับไปมิใช่หรือ.
อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ.
อา. ในเบื้องต้น ท่านได้ตริตรองพิจารณาว่า จักไปอาราม
เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ความตริตรองพิจารณาที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไปมิใช่หรือ.
อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ.


[๑๑๖๘] อา. พราหมณ์ อย่างนั้นเหมือนกัน
ภิกษุใดเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว
ปลงภาระลงได้แล้ว มีประโยชน์ของตนถึงแล้วโดยลำดับ
สิ้นสังโยชน์ที่จะนำไปสู่ภพแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ
ภิกษุนั้น ในเบื้องต้น ก็มีความพอใจเพื่อบรรลุอรหัต
เมื่อบรรลุแล้ว ความพอใจที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไป
ในเบื้องต้น ก็มีความเพียรเพื่อบรรลุอรหัต
เมื่อบรรลุแล้ว ความเพียรที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไป
ในเบื้องต้น ก็มีความคิดเพื่อบรรลุอรหัต
เมื่อบรรลุแล้ว ความคิดที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไป
ในเบื้องต้น ก็มีความตริตรองพิจารณาเพื่อบรรลุอรหัต
เมื่อบรรลุแล้ว ความตริตรองพิจารณาที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไป.


[๑๑๖๙] พราหมณ์ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
เมื่อเป็นเช่นนั้น ความพอใจนั้น ยังมีอยู่หรือว่าไม่มี.


อุณ. ข้าแต่ท่านอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนั้น
ความพอใจก็มีอยู่โดยแท้ ไม่มีหามิได้
ข้าแต่ท่านพระอานนท์ ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งนัก
ข้าแต่ท่านพระอานนท์ ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งนัก
ข้าแต่ท่านพระอานนท์ ท่านประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย
เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง
หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าผู้มีจักษุจักเห็นรูป ฉะนั้น.
ข้าพเจ้านี้ขอถึงท่านพระโคดมกับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ
ขอท่านพระอานนท์จงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิต
ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป.


พราหมณสูตรจบ



(พราหมณสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๑)



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP
 

Copyright © 2009-2010 DLiteMag.com - All Rights Reserved