จากใจ บ.ก.ใกล้ตัว Lite Talk

ฉบับที่ ๒๑๕ มาตรวัดการอภัยจริงอยู่ที่ ‘ใจ’



215 talk



หลายคนฝึกอภัย
เพราะรู้ว่าการอภัย
คือกุญแจไขประตูห้องขัง
เมื่อปลดปล่อยตัวเองได้
ก็เป็นสุขเองได้


แต่เมื่อฝึกอภัย
ก็มีข้อน่าสงสัยอยู่หลายข้อ
เช่น แม้ปลงใจอภัยแล้ว
ตกลงกับตัวเองว่าจะเลิกเจ็บใจแล้ว
ตั้งใจจะไม่เอาเรื่องอีกแล้ว
แต่เจอหน้าก็ยังรู้สึกไม่ดี
ไม่อยากใกล้ ไม่อยากคบ
ไม่อยากคุย ไม่อยากมอง
ไม่รู้สึกสนิทด้วยเหมือนเดิม
จึงน่ากังขาว่าอย่างนั้น 
พูดได้เต็มปากไหมว่าอภัยจริง


การกลับมาคบสนิทเหมือนเดิม
ไม่ใช่สัญลักษณ์ของการอภัยจริง
แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็แนะว่า
คนพาลอย่าคบ
หรือแม้เขาไม่ได้เป็นพาล
แต่คบกันแล้วมีแต่เกิดอกุศลทั้งสองฝ่าย
อย่างนั้นก็ให้พึงหลีกเลี่ยงเสียดีกว่า


มาตรวัดการอภัยจริงอยู่ที่ ‘ใจ’
ดูที่ใจตัวเองว่า
สามารถวางทุกคนที่มีเรื่องด้วย
อย่างมี ‘ความสุขความพอใจที่จะวาง’ หรือไม่


จะมีความสุขจริง
ต้องรู้อยู่แก่ใจว่า
ไม่ได้แกล้งมีความสุข
และเมตตา
ก็คือความสุขทางใจชนิดหนึ่ง
ฉะนั้น จะวัดว่ามีเมตตาจริง
ก็ต้องรู้ว่าเมตตาโดยไม่ได้แกล้ง
กล่าวคือ ใจพร้อมจะไม่เบียดเบียน
เพราะเป็นสุขอยู่กับความสะอาดของศีล
ใจพร้อมจะไม่เอาเรื่อง
เพราะเป็นสุขอยู่กับการไม่ถือสาหาความ


วิธีมีเมตตาจริงตามแบบพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่ฝึกหนเดียวแล้วเกิดเมตตากันง่ายๆ
แต่ต้องใช้เวลากันตลอดชีวิตที่เหลือ
ค่อยๆพิจารณา ค่อยๆสำรวจเข้ามาที่ใจตน
เห็นให้ได้ว่า พยาบาทแล้วเป็นทุกข์
เห็นกันเป็นเดือนเป็นปี
จนรู้ซึ้งว่า พยาบาทเป็นโรคทางจิต
หายพยาบาท ก็คือหายจากโรคทางจิต
เมื่อโรคทางจิตหายไป 
ความปั่นป่วน
ความป่วยไข้ตะครั่นตะครอทางวิญญาณก็หายตาม
เกิดความสุข ความโล่ง ความเบาขึ้นมาแทน


เมื่อสุขแล้ว ก็จดจ่ออยู่กับความสุขนั้น
เป็นร้อยเป็นพันครั้ง จนถึงจุดอิ่มตัว
รู้สึกถึงความกว้างขวางไม่มีประมาณของความสุข
เกิดสมาธิ เกิดสุขล้ำ 
อันได้แต่การเลิกผูกพยาบาท


ยิ่งสุขชนิดนี้เกิดบ่อยขึ้นเท่าไร
ใจก็ยิ่งเมตตาเป็นปกติขึ้นเท่านั้น
นั่นแหละ! แหล่งที่มา
ของความพร้อมอภัยจริง
สร้างเขตปลอดภัยปลอดเวรขึ้นจริงในตนแล้ว!


ดังตฤณ
สิงหาคม ๖๐





review


พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุ
ในเรื่องของเวทนาทางใจและทางกาย
ติดตามรายละเอียดได้ในคอลัมน์"ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "สัลลัตถสูตร ว่าด้วยเวทนาเปรียบด้วยลูกศร"


การปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
ย่อมทำให้เกิดความสงบทางใจ อันเป็นความสุขอย่างยิ่ง
ดังความตามพระธรรมเทศนา โดย พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
ตอน "รู้เท่ากาย รู้เท่าจิต (ตอนที่ ๑)" ในคอลัมน์"สารส่องใจ" ค่ะ (-/\-)


ผู้ที่ในยามมีชีวิตอยู่ได้เคยห่วงใยรักใคร่ญาติมิตรเสมอมา
ในยามที่สิ้นชีวิตไปแล้ว เขาจะยังคงรู้สึกเช่นเดิมหรือไม่อย่างไร
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ผู้ที่เสียชีวิตและไปอยู่บนสวรรค์แล้ว
จะยังคงห่วงใยญาติมิตรในโลกบ้างหรือไม่"



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP